Tag Archive | "Logistics"

Tags: , , , ,

ฟาร์ม Microchip RFID

Posted on 18 September 2010 by chadanan

ฟาร์ม Microchip RFID  

 
 

 

 RFID คืออะไร  

RFID หรือ Radio Frequency Identification หมายถึง ระบบเก็บข้อมูลลงบน Tag Electronic เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บข้อมูล   การคำนวณ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งส่งกำลังด้วยคลื่นแม่เหล็กหรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแทนการสัมผัสทางกายภาพ  

นำมาใช้ใน Farm บ้านเราได้อย่างไร
ด้วยความสามารถของ RFID จึงทำให้มีการประยุกต์ใช้ในฟาร์มปศุสัตว์บ้านเรา โดยที่เราจะติด Chip RFID เข้าไปที่สัตว์  เช่น หมู วัว หรือสัตว์เลี้ยงอื่น    โดยใน RFID   Chip ก็มีการใส่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ตัวนั้นลงไป เช่น  พันธ์    ฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ ข้อมูล ประวัติต่างๆของสัตว์ตัวนั้น      เมื่อเราใช้เครื่องมือยิงไปที Chip เราสามารถทราบข้อมูลต่างๆได้  ซึ่งตรงนี้จะมีประโยชน์มากในการตรวจสอบย้อยกลับ( Traceability ) ไปยังแหล่งผลิต เมื่อต้องการทราบข้อมูล หรือ เมื่อเกิดปัญหา สามารถที่จะตรวจสอบกลับไปได้อย่างรวดเร็ว 
 

    

 

RFID Microchip

RFID Microchip

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , ,

รู้อะไรใน(อาชีพ)โลจิสติกส์

Posted on 02 August 2010 by chadanan

รู้อะไรใน(อาชีพ)โลจิสติกส์

การที่ได้มีโอกาสทำโครงการLogistics Campus on Tour ทำให้ได้เจอกับน้องๆที่เรียนโลจิสติกส์หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องมากมาย บ่อยครั้งที่เจอคำถามยอดฮิต ติดอันดับ ที่ไปที่ไหนเป็นต้องเจอคำถาม อย่างเช่น ” ถ้าอยากทำงานโลจิสติกส์ ต้องเรียนอะไร” หรือ “โลจิสติกส์มีสอนในคณะไหนบ้าง” หรือ” มหาวิทยาลัยอะไรที่ดังในสายโลจิสติกส์” เรื่องที่จะเขียนก็อยากจะให้เป็นข้อมูล ในการตัดสินใจว่า เราเหมาะกับโลจิสติกส์หรือไม่ ไม่ใช่เลือกเรียนแค่เพราะว่าฟังดูดี ยอดนิยม หรือเรียนตามตามกันไป

 สายงานโลจิสติกส์เป็นอย่างไร
โลจิสติกส์ เป็นส่วนที่สำคัญมากในแต่ละองค์กร ถือว่าเป็นหัวใจในการขับเคลื่อน หากมีการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพสามารถทำกำไรให้บริษัทมากมาย

 โลจิสติกส์อยู่ในคณะอะไร
เพราะว่าโลจิสติกส์คือการคิดเป็นกระบวนการ ( Process)  ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ  วางแผน คลังสินค้าหรือ ขนส่ง แต่ละส่วนมีกระบวนการรองรับทั้งหมด ถ้าจะคิดว่าคณะไหนที่มองภาพเป็นกระบวนการ  Process เป็นเหตุ เป็นผล ก็คงไม่พ้นวิศวะ หรือวิทยาศาสตร์ หลายๆมหาวิทยาลัย จึงใส่สาขาโลจิสติกส์ในนั้นเช่นมหาวิทยาลัยมหิดล : คณะวิศวกรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : คณะวิทยาศาสตร์

 แล้วถ้าไม่ได้เรียนวิศวะ หรือ วิทยาศาสตร์ ทำงานด้านโลจิสติกส์ได้ไหม
ทำได้ แต่คงจะต้องเรียนรู้และฝึกให้คิดเป็นกระบวนการ อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าคนที่เรียนในคณะวิศวะ หรือวิทยาศาสตร์เพราะเค้าฝึกกันมาตั้งแต่เรียนแล้ว ถ้าหากมีใจรัก อยากทำจริงๆ ก็สามารถทำได้

 ถ้าเพิ่งจบมาทางสายงานโลจิสติกส์ แล้วจะทำในส่วนไหน
ถ้าเพิ่งจบมาใหม่ๆยังไม่มีประสบการณ์คงต้องเริ่มจาก Operation ซะก่อน  Operation ก็จะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ

  1. พวกทำเอกสาร (Support Function) เช่นดูแลเอกสารนำเข้า-ส่งออก (B/L, COA) ถ้าทำงานกับบริษัทนำเข้าส่งออก หรือสายการเดินเรือ
  2. พวกสนับสนุนการปฎิบัติงาน ( Operation ) เช่นเจ้าหน้าที่คลังสินค้า เจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือ

 เราเหมาะกับแบบไหนนะ
-  ถ้าเป็นคนช่างคิด  ชอบตัวเลข ชอบเอกสาร เจ้าระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องการเก็บเอกสาร ความจำดี ชอบอยู่ในออฟฟิต ชอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็เหมาะกับส่วนข้อมูล พวกทำเอกสาร (Support Function)- ถ้าเป็นคนชอบลงมือทำ ไม่อยู่นิ่ง ชอบอยู่นอกออฟฟิต งาน Operation ก็น่าจะเหมาะสม

 แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการทำงานในระดับต้นๆอย่าง Support เอกสารกับ Operation ก็ใช่ว่าจะต้องทำตำแหน่งนี้ตลอดไป งานโลจิสติสก์ก็มีระดับขั้นเลื่อนขึ้นเหมือนกับตำแหน่งอื่นๆ  เช่น ระดับ Logistics Supervisor , Logistics Manager ซึ่งเป็นLevel ที่สูงขึ้นไป แต่ถ้าจบมาแล้วอย่างทำตำแหน่งสูงๆเลย คงจะยากสักหน่อยเพราะระดับสูง เป็นการบริหารที่ต้องเข้าใจภาพรวมซะก่อน

 ค่าตอบแทนดีไหม
(น่าจะเขียนหัวข้อนี้ตั้งแต่แรก)  ค่าตอบแทนก็คงแล้วแต่ระดับ ความสามารถ และประสบการณ์ ตัวเลขด้านล่างเป็นเพียงแนวทางให้เห็นว่าประมาณเท่าไหร่แค่นั้น

 Supply Chain Manager :                                   100,000-200,000
ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ พอ ๆกับตำแหน่ง แบกรับความรับผิดชอบมาก
Logistics Manager :                                             60,000-80,000
Logistics Project Manager:                            90,000-150,000
logistics project manager ก็เป็นคนที่ต้อง set up ระบบ , วิธีการในการทำ logistics ต่างๆ ตั้งแต่วิธีการยัน costs เผลอๆต้อง วิเคราะห์และคำนวน ทั้ง tooling และ คน IT , ทุกเรื่อง ค่ะ คงไม่แปลกใจหรอกนะคะ ว่าทำไมรายได้ดีจัง
Logistics Assistance Manager:                     50,000-60,000
Logistics Specailist:                                             50,000-70,000
Logistics analysis :                                                45,000-60,000
Logistics Supervisor :                                         34,300 -37,000
Inventory Controller:                                        30,000-35,000
Shipping Officer :                                                    20,583-30,000
Receiving :                                                                  15,000-20,000
Warehouse Team Leader :                              12,358 -15,000
Forklift Driver :                                                       10,086
Customer Service:                                                  19,437 -25,000
Logistics Checker :                                                 10,458
Logistics Operator :                                                8,000-12,000

งานในส่วนของสายเรือกับ freight forwarder หรือ กลุ่ม 3rd party logistics

Shipping :                                                                 10,000-20,000
Brokerage :                                                           25,000-35,000

ขอบคุณข้อมูล : หนังสือ Everyday  Logistics  โดยคุณโภคทรัพย์ พุ่มพวง

ข้อมูลเงินเดือน จาก http://logisticspro.blogspot.com

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Inventory ไม่ Accuracy!! ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 5

Posted on 12 July 2010 by chadanan


ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 5
(ข้อมูลสินค้าที่บันทึกไว้กับที่จัดเก็บไว้จริงในคลังสินค้ามีจำนวนไม่ตรงกัน)

Inventory ไม่ Accuracy!!

สาเหตุ อาจจะเกิดจาก……
1. เกิดจากบุคคล, ขาดระเบียบวินัย, Human Error
2. เกิดจากกระบวนการวางแผนจัดการไม่ดี ไม่มีความชัดเจน
3. ไม่มีระบบบันทึก Record System ที่ดี
4. เกิดจากความไม่ใส่ใจของพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่

 ผลของ Inventory ไม่แม่นยำ

  1. หาสินค้าไม่เจอ
  2. เสียเวลาค้นหานาน
  3. สินค้าสูญหาย
  4. ขาดความน่าเชื่อถือ
  5. สินค้าล้นคลัง
  6. สินค้าขาดสต็อก

 ทำอย่างไรให้สินค้าคงคลังแม่นยำ ( Accuracy)

  1. หาสาเหตุของปัญหาให้เจอว่าเกิดจากอะไร  คน หรือ กระบวนการทำงาน
  2. หากเป็นที่กระบวนการ ก็จัดกระบวนการทำงานให้ชัดเจน ผู้ปฎิบัติงานมีความเข้าใจในหน้าที่อย่างดี
  3. หากเป็นที่คนก็อาจจะต้องปรับทัศนคติ ฝึกอบรมให้มีความใส่ใจ มีระเบียบวินัยมากขึ้น
  4. นับสินค้าบ่อยๆ หากพบว่าข้อมูลจริงกับที่บันทึกไม่ตรงกัน รีบหาสาเหตุและแก้ไข
 …………………………………………………………………………………………………………
Kasco WMS  !!!
Kasco WMS
หรือ Kasco Warehouse Management System เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้า  ตั้งแต่กระบวนการรับ จัดเก็บ จ่าย ไปจนถึงการจัดส่ง โดยมีการบันทึกทุกกระบวนการที่เกิดขึ้น   เรียกว่าทุก Transaction เพื่อช่วยในการสอบกลับ หาสาเหตุเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สต๊อกเท่าไหร่ (ไม่รู้) !! ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 4

Posted on 05 July 2010 by chadanan

wms_cycle count

wms_cycle count

“คุณโจ ตอนนี้ช่วงบอลโลก ผมอยากทราบว่า LCD 32 นิ้วในคลังมีกี่ตัว” ….เป็นคำถามสั้นๆแต่ใช้เวลานานในการหาคำตอบ

สาเหตุ
เพราะไม่ทราบจำนวนปัจจุบันของสินค้าในคลัง    เนื่องจากไม่มีกระบวนการที่บันทึกอย่างมีระบบตั้งแต่กระบวนการรับเข้า จัดเก็บ หรือเบิกจ่าย ซึ่งหากถามว่าการรู้จำนวนสินค้าในคลังสำคัญไหม คำตอบก็คือสำคัญมากเนื่องจากตัวเลขตัวนี้เป็นตัวบ่งบอกว่า จะต้องสั่งเพิ่มอีกเท่าไหร่ จะต้องรีบนำสินค้าออกอีกเท่าไหร่ จะต้องวางแผนการผลิตแค่ไหน ซึ่งตัวเลขตัวเดียวแต่มีผลต่อคนหลายฝ่าย

ทำอย่างไร ที่จะทราบจำนวนสินค้าในคลัง
คำตอบคือ ถ้าไม่ทราบจำนวน ก็ต้องนับ แต่การนับแต่ละครั้งก็ยุ่งยากเหลือเกิน บางครั้งต้องปิดคลังนับกันเลยทีเดียว  บางบริษัท นับปีละครั้ง บางบริษัท 2 ครั้งต่อปี แล้วจะนับอย่างไร

แก้ปัญหาโดยใช้การนับเป็นรอบหรือ Cycle Count
หลักการของ Cycle Count คือนับที่ละน้อยๆ แต่ทำทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นจำนวนตัวเลขที่แท้จริงในคลังได้อย่างดียิ่งขึ้น    ทั้งนี้การนับบ่อยๆจะะช่วยให้พบความคลาดเคลื่อนของจำนวนสินค้าได้เร็วขึ้น  เช่นช่วยให้ทราบว่า สินค้าตัวไหนขาด ตัวไหนเกิน ตัวไหนเสื่อมคุณภาพหรือสินค้าหาย

 วิธีการทำ Cycle Count
1. แบ่งประเภทของสินค้าตามความสำคัญ (ABC Analysis)
สินค้า A หมายถึง  สินค้าขายดี ทำยอดมีความสำคัญมาก
สินค้า B หมายถึง สินค้สำคัญปานกลาง
สินค้า C หมายถึง สินค้ามีความสำคัญน้อย

ซึ่งการแบ่งประเภทความสำคัญนี้จะช่วยในการจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรคน เวลาไปดูแลได้

2. วางแผนการนับสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะต้องนับทุกวัน แต่ไม่ต้องตกใจ นับทุกวันแต่วันละ 3-5 รายการ เลือกช่วงเวลาที่ว่างหน่อย พอนับไปได้สัก3-6 เดือนก็น่าจะนับได้ครบทุกรายการ ส่วนการวางแผนความถี่ในการนับ หากสินค้าไหนขายดี มีความสำคัญมาก เช่นสินค้ากลุ่ม A ก็นับบ่อยๆเช่น สัปดาห์ละ ครั้งหรือ 2-3 ครั้ง แต่ถ้าสินค้าไหนมีความสำคัญน้อยก็จัดรอบการนับให้ห่างเดือนละครั้งหรือ 3-6 เดือนครั้ง เพราะเราต้องการทราบสถานะปัจจุบันของสินค้าที่มีความสำคัญ

แค่นี้คุณก็สามารถหาคำตอบได้แล้ว ตอนนี้คุณมีสินค้าคงคลังเท่าไหร่

Did you Know !!!
Kasco WMS
มีfeatures ที่ช่วยในการทำ Cycle Count ที่ช่วยให้การนับง่ายและสะดวกขึ้น  โดยสามารถวางแผนการทำล่วงหน้าได้โดยใช้เงื่อนไขการเลือกทำได้หลายปัจจัยเช่น เลือกนับตามกลุ่มสินค้า เลือกนับตามพื้นที่การจัด หรือ Zone จัดเก็บ เลือกนับตามมูลค่าสินค้าคงคลัง หรือเลือกนับเฉพาะรายการที่มีความเคลื่อนไหวเป็นต้น Kasco WMS สามารถรองรับการทำ Cycle Count โดยใช้อุปกรณ์ Mobile Computer ที่สามารถอ่าน Barcode หรือ RFID Tag ได้ หรือการทำ Cycle Count แบบManual ก็ได้

 

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หาของไม่เจอ !! ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 3

Posted on 28 June 2010 by chadanan

หาของไม่เจอ !! ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 3

สาเหตุ
ปัญหาของการหาสินค้าไม่เจอคงจะไม่ใช่เป็นปัญหาในตัวกระบวนการหาเอง (Picking Process) แต่กลับเป็นผลพวงจากกระบวนการก่อนหน้านี้มากกว่า   ซึ่งกระบวนการพื้นฐานในคลังสินค้ามีดังนี้ คือ การรับ (Receive) การเก็บ (Storage) การหา (Picking) การจัดส่ง (Shipping)  โดยเฉพาะการนำไปเก็บ (Put Away) ถ้าเก็บเป็นที่เป็นทาง เป็นระเบียบหาได้ง่าย มีการให้ข้อมูลของตำแหน่งที่เก็บสินค้าอย่างถูกต้องแม่นยำ ปัญหาดังกล่าวคงจะไม่เกิดขึ้น ตอนเอาเข้าไปเก็บนั้นไม่เท่าไร แต่ตอนเอาออกมานั่นสิ ไม่ง่ายเท่าไร เพราะไม่มีข้อมูลตำแหน่งของสินค้าที่ถูกต้อง ทำให้การตัดสินใจในการไปหาจะต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่าที่ควรจะเป็น  สุดท้ายอาจจะหาไม่เจอ 

Warehouse Problem

Warehouse Problem

 

 การแก้ปัญหา
หากแก้ปัญหาที่คน ก็ต้องบอกว่า พนักงานในคลังจะต้องมีระเบียบวินัยอย่างสูงในการปฎิบัติงานแต่ละProcess ในคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรับ(Receive) จัดเก็บ (Storage)และการจัดส่ง (Shipping) เรียกได้ว่าถูกต้องทุกขั้นตอน มีการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเกิดความผิดพลาด ( Human Error) ได้     

 ส่วนหนึ่งของการการแก้ปัญหาเพื่อลด Human Error คือการนำระบบบริหารจัดการคลังสินค้า หรือ WMS Warehouse Management System เข้ามาควบคุมการทำงานอีกครั้ง (Cross check )เพื่อลดความผิดพลา 

 ระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) ช่วยแก้ปัญหาการหาได้อย่างไร
1. กระบวนการรับสินค้า (Receiving) :
 ระบบ WMS  สามารถ Reserveพื้นที่ หรือจองพื้นที่ให้ล่วงหน้าเพื่อช่วยในการวางแผนการใช้พื้นที่ในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคลังสินค้าบางที่ไม่มีระบบที่ดี เมื่อรับสินค้าเข้าคลังก็เอาไปตามใจชอบ สุดท้ายก็จำไม่ได้ว่า นำไปเก็บไว้ที่ไหน 

2. กระบวนการจัดเก็บ(Put Away):
 ระบบ WMS สามารถ แนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการจัดเก็บ และมีการยืนยันตำแหน่งการจัดเก็บที่ถูกต้อง
Manual  : โดยผู้ตรวจสอบเซ็นอนุมัติ หลังจากตรวจสอบว่าจัดเก็บในตำแหน่งนั้นจริง
Barcode Scanner : โดยการยิง Barcode Scanner ในตำแหน่งที่จัดเก็บจริง 

ซึ่งตรงนี้จะช่วยในการconfirm ตำแหน่งจัดเก็บอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการหาของไม่เจอได้ 

3.  กระบวนการเบิก (Picking ):
ระบบ WMS จะมีระบบ Search เพื่อช่วยในการค้นหาได้อย่างง่ายดาย แค่กรอกเงื่อนไข ระบบก็สามารถค้นหาสินค้าให้เอง ไม่ว่าจะเป็นการเบิกแบบ FIFO , LIFO, FEFO หรือสามารถกำหนดเอง

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

คลังสินค้าไม่มีความสำคัญ!! ปัญหาคลังสินค้าข้อที่ 2

Posted on 16 June 2010 by chadanan

แต่ก่อนคลังสินค้า หรือคนทั่วไปจะเรียกว่าโกดัง ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญ หน้าที่หลักๆเป็นแค่เก็บสินค้า เก็บของ เป็นฝ่ายรับจากการผลิต หรือ จากการสั่งซื้อเท่านั้น แต่ระยะหลังกระแสการตื่นตัวเรื่องลดต้นทุนมาแรง หลายบริษัทก็มองหาว่าจะลดอะไรได้บ้าง ดูไปดูมา ก็ไม่พ้นเรื่องสินค้าคงคลังเพราะถือว่าเป็นของที่มีค่า เป็นหัวใจของบริษัท ลองมาดูว่าความสำคัญของคลังสินค้าวันนี้กับแต่ก่อนแตกต่างกันมากอย่างไร
………………………………………………………………………………………………..
1. คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
    คลังสินค้าวันนี้ : เก็บสินค้า และเป็นศูนย์กลางข้อมูล�
    
นอกจากจะเก็บสินค้าแล้วจะต้องมีข้อมูลกลับไปให้ฝ่ายต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการขาย เช่นข้อมูลสินค้าขายดี ข้อมูลสินค้าข้างสต็อก ข้อมูล สินค้าเข้าบ่อย ออกบ่อยเป็นต้น   

 หมายเหตุ
การที่คลังสินค้าจะให้ข้อมูลหรือ
Report ให้กับฝ่ายต่างๆได้จะต้องมีระบบบริหารจัดการคลังสินค้าหรือ ซอฟแวร์ WMS (Warehouse Management System )มาช่วยในการเก็บข้อมูล
   

………………………………………………………………………………………………..
2.
คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
    คลังสินค้าวันนี้ : ลดต้นทุนการผลิตและขนส่ง
    เช่นการรีดยาง 1 แผ่น วันหนึ่งรีดยางได้ 10 แผ่น เก็บไว้ระยะหนึ่ง 10 วันได้ 100 แผน่น วิ่งรถ 1 รอบไปส่งโรงงานประหยัดค่าขนส่ง ถ้าไม่มีคลัง กรีดยางได้ 10 แผ่นก็ต้องวิ่งส่งทุกวัน สิ้นเปลืองมากกว่า  

………………………………………………………………………………………………..
3. คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
    คลังสินค้าวันนี้ : สร้างมูลค่าเพิ่ม Value Added
   เช่น การRe-Pack สินค้า, การบรรจุสินค้าใหม่, การติดฉลากใหม่ เช่นนำเอาสินค้ามาจัดเป็น Set เช่น Gift Set ที่มี สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า รวมกันเป็น 1 Set  

หมายเหตุ
ระบบ WMS : จะมีFeature ในการจัด Set หรือจะเรียก Bom ( Bill of Material ) เพียงแค่กรอกข้อมูลว่าต้องการ Set ไหน ระบบจะมี Lists ของส่วนประกอบให้
………………………………………………………………………………………………..
4. คลังสินค้าแต่ก่อน : รับสินค้าเข้าอย่างเดียว
    คลังสินค้าวันนี้ : เป็นที่เก็บสินค้าและศูนย์กระจาย
ศูนย์กระจายช่วยให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าขนส่ง เช่นหากต้องการส่งของจากกรุงเทพไปอุดรอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าของจะถึงมือลูกค้า แต่ถ้าเรามีศูนย์กระจายที่ขอนแก่นจะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งไปได้มาก  

Distribution Center : DC

Distribution Center : DC

 

………………………………………………………………………………………………..
4. คลังสินค้าแต่ก่อน : จัดเก็บสินค้าอย่างเดียว
    คลังสินค้าวันนี้ : จะต้องมีการหมุนเวียนสินค้าเข้าและออก
    
จะต้องมีการหมุนเวียนสินค้าเข้าและออกเช่น การกำหนดระยะเวลาการกำหนดสินค้าแต่ละประเภทว่าจะเก็บ 15 วัน , 1 เดือน แล้วแต่นโยบาย

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Double Handling!! ปัญหาคลังสินค้าข้อที่ 1

Posted on 08 June 2010 by chadanan


Double Handling!!
ปัญหาคลังสินค้าข้อที่ 1

หากใครเคยทำงานเกี่ยวข้องกับคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้า Warehouse Supervisor, IT Manager,  Operation หรือแม้แต่ Checker  ก็คงจะเจอปัญหาดังต่อไปนี  บางปัญหาอาจจะตรงใจใครหลายคน บางปัญหาท่านอาจจะยังไม่เคยเจอ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น Kasco IT แค่อยากshare ประสบการณ์ ในฐานะผู้ที่เจอปัญหาเหล่านี้บ่อยๆและคอยแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ทุกวัน หวังว่า ความรู้และประสบการณ์ทางด้านการ Implement ซอฟแวร์บริหารคลังสินค้าของ Kasco IT คงช่วยท่านได้มองเห็นปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนขึ้น

 ปัญหาที่1 : การคีย์ข้อมูลซ้ำ (Double Handling) ระหว่างแผนกจัดซื้อ (บัญชี) และแผนกคลังสินค้า
แนวทางแก้ปัญหา : ใช้การImport ข้อมูลที่ฝ่ายจัดซื้อเป็นผู้เตรียม เข้าระบบ WMS

ปกติแล้วคลังสินค้าจะทำงานต่อเนื่องกับฝ่ายจัดซื้อ โดยทางจัดซื้อจะมีเอกสารที่แสดงรายละเอียดของใบจัดซื้อ หรือ เรียกว่า P/O ในเอกสารนี้ก็จะประกอบด้วยข้อมูลหลักๆ คือ

P/O no. : เลขที่ใบสั่งซื้อ
P/O Date : วันที่สั่งซื้อ
Owner : เจ้าของสินค้า
Supplier : ผู้ขายสินค้า
รายการสินค้า และปริมาณ
ETA : วันที่คาดว่าจะมาส่ง

Ex :Purchase-Order

Ex Purchase-Order

ทางคลังสินค้ามีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อจะได้เตรียมรับสินค้าเข้าคลังและ เตรียมพื้นสำหรับการจัดเก็บจึงทำให้ต้องInput ข้อมูลเข้าระบบคลังสินค้า ปัจจุบันมีการ Input ข้อมูลเข้าระบบโดย

 
1. พนักงานคลังสินค้า คีย์ข้อมูลเข้าระบบเอง
แผนกคลังสินค้าจะ Input ข้อมูลเข้าระบบโดยการคีย์ข้อมูลเข้าเอง ซึ่งเสียเวลาและเป็นการทำงานซ้ำซ้อน

2.  Import เข้าระบบบริหารจัดการคลัง WMS
Import ข้อมูลจากระบบบัญชีเข้า WMS ซึ่งจะช่วยให้พนักงานคลังไม่ต้องคีย์ข้อมูลเข้าระบบเอง ประหยัดเวลา และมีความถูกต้องเพิ่มขึ้น (ข้อมูลที่ Import เข้าระบบจะเป็นเพียงข้อมูลตั้งต้นให้กับคลังสินค้า )

หมายเหตุ  ข้อมูลที่ Import อาจจะเป็น Text file หรือ format ที่ตกลงกัน
(ที่มาของปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหา เกิดจากประสบการณ์ที่ Kasco IT ได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาและ Implement  โปรแกรมบริหารจัดการคลังสินค้า ( Kasco WMS)  ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ปัญหาเดียวกัน ท่านอาจจะมีแนวทางแก้ไขที่แตกต่าง)

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Pick to Light technology ที่ 7/11 เลือกใช้ ++

Posted on 02 June 2010 by chadanan


Pick to light Technology ที่ Seven เลือกใช้


Pick to light
  ถ้าแปลกันตามตัวก็คือ Pick ตามความหมายของ Logistics แปลว่าหยิบ    Light แปลว่า แสง
Pick to light ก็แปลว่าหยิบตามแสง  ซึ่งหมายความว่า หากเห็นแสงไฟกระพริบในตำแหน่งใด ผู้ปฎิบัติงานจะต้องไปหยิบสินค้านั้นๆ ตามจำนวนที่ระบบสั่งให้หยิบ (ระบบ หมายถึง ระบบบริหารคลังสินค้าหรือ WMS) หากหยิบเสร็จ จะมีการกดปุ่มเพื่อยืนยันการหยิบ แสงไฟก็จะดับลง บริษัทชั้นนำหลายๆแหล่งเช่น โตโยต้า,  Seven ก็นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในคลัง

 Pick to light ใช้ได้กับสินค้าอะไร

  • สินค้าที่เป็น ชิ้น เป็นอัน หรือ แกะกล่อง
  • สามารถใช้ร่วมกับวิธีการหยิบประเภท Wave, Zone and Batch Picking

แล้วมันดียังไง 

  • รวดเร็ว เพราะแสงจะเป็นตัวบอกตำแหน่งการหยิบสินค้า ทำไม่ผู้หยิบไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
  • ง่ายและถูกต้อง
  • Paperless เพราะไม่ต้องพิมพ์ใบสั่งงานหยิบสินค้า
  • ราคาไม่แพง
  • ใช้งานร่วมกับโปรแกรม WMS

กลุ่มอุตสาหกรรมไหนเลือกใช้ Technology นี้กัน

  • ธุรกิจค้าปลีก (Retail)
  • ธุรกิจขายตรง (Direct Marketing)
  • ธุรกิจ อุปกรณ์ไฟฟ้า (High Tech Electronics)
  • ธุรกิจความสวยงาม Health & Beauty
  • สินค้าขายประเภท Catalog
  • ธุรกิจเพลง และสื่อ (Music/Publishing)
  • เวชภัณฑ์ (Pharmaceutical)
  • รถยนต์ อะไหล่ Automotive)
  • คอมพิวเตอร์ (Computer
  • เครื่องดื่ม (Liquor Distribution)
  • ผู้ผลิต( Manufacturing)
  • ร้านสะดวกซื้อ (Grocery & Convenience)

 Pick To Light Technology

Ref : Thank you  for images  from Atop Technologies

Comments (2)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

WMS : พระเอกตัวจริง !!!!

Posted on 24 May 2010 by chadanan

 
 

Kasco WMS

Kasco WMS

 

 WMS : พระเอกตัวจริง !!!!
ระบบ WMS / Warehouse Management System หรือ บ้านเราเรียกว่า ระบบริหารจัดการคลังสินค้า เรียกย่อๆ ว่า WMS  โดยทั่วไป WMS จะช่วยในการบริหารจัดการคลัง  เริ่มตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ และสิ้นสุดด้วยการเบิกสินค้า  ซึ่งถามว่าหากไม่มี WMS เรายังสามารถบริหารคลังของเราได้เองไหม คำตอบก็คือ ได้ ถ้าการบริหารคลังที่มีอยู่ถูกวางระบบได้อย่างเป็นระเบียบ ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย และไม่มีปัญหาที่เป็นประเด็นหลัก  เพราะส่วนใหญ่การนำระบบเข้าไป มักจะนำเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง  หรือ นำเข้าไปช่วยเรื่องบางเรื่องที่คนเองก็จำไม่ไหว ( เช่นระบบ QC)         

 โดยพื้นฐานแล้วก่อนจะนำระบบเข้าไปใช้หรือ Implement ก็มักจะมีการตั้งสมมุติฐาน คาดเดาว่า WMS ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้จริงหรือเปล่า ทางคาสโกเอง ในฐานะเป็นผู้พัฒนาระบบ WMS  ก็โดนคำถามเหล่านี้อยู่บ่อย ๆเลยอยาก จะใช้พื้นที่ตรงนี้ตอบคำถามเหล่านั้น      

 
Top Hit ที่ถามทุกที่ ที่ไปPresent !!        
1. WMS จะช่วยลด inventory ได้จริงหรือไม่
คำตอบ สามารถทำได้
เนื่องจากระบบ WMS จะมีรายงานหลายตัวที่ช่วยในการพยากรณ์ (Forecasting) สินค้าในคลัง เช่น
รายงานสินค้าไม่เคลื่อนไหว  (Death Stock)  ทำให้ผู้ดูแลคลังทราบว่าตอนนี้มีสินค้าตัวที่ไม่เคลื่อนไหว และส่งรายงานนี้ไปให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการต่อ ทำให้จำนวนสินค้าในคลังลดลงง
รายงานสินค้าต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ   ทางผู้ดูและคลังไม่จำเป็นต้องสั่งสินค้าเข้ามาเกินความจำเป็น  ระบบ WMS มีระบบ Alert เตือนเมื่อสินค้ามีจำนวนต่ำกว่าจุดสั่งซื้อและรายงานอื่นๆอีกหลายๆมุมเรียกได้ว่า 360 องศาเลยทีเดียว
report_wms       

 

2. WMS จะช่วยลดการพึ่งพิงความสามารถเฉพาะบุคคลได้จริงหรือไม่
คำตอบ สามารถทำได้
กระบวนการทำงานในคลังสินค้าส่วนใหญ่แถบจะเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะอาศัยความชำนาญของเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นความจำที่ดีเลิศว่า สินค้าตัวนี้อยู่ตรงไหน หรือว่า สินค้าชนิดนี้เก็บที่ไหน หรือควรจะไปจัดเก็บที่ไหนถึงจะเหมาะสม เรียกได้ว่า 365 วัน เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถขาด ลา มา สาย ได้เลย ตัว wms เองถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การทำงานง่าย สะดวก ทุกๆอย่างจึงถูกสร้างไว้พร้อมทำงานหมดแล้ว เช่น Kasco WMS เองก็มีfunction ที่ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ ยังจำlayout ในคลังไม่ได้ เราก็สร้างตัวช่วยที่เรียกว่า Virtual Warehouse ที่ยกเอาคลังสินค้ามาไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสามารถดูตำแหน่งการจัดเก็บได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์  
       

virtual warehouse : Kasco IT
virtual warehouse : Kasco IT

   

3. WMS จะเสริมความสามารถในการจัดเก็บ
เนื่องจาก WMS มีFunction ที่เรียกว่า System Directed Put away ทำให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพ โดยระบบจะมีการกำหนดว่า สินค้าประเภทนั้นๆจะมีกระบวนการจัดเก็บอย่างไร
 
       

4. WMS จะช่วยเพิ่มการบริการให้แก่ลูกค้า
5. WMS จะช่วยเพิ่มความถูกต้องแก่ inventory  
 
     

      

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

มารู้จัก Racking ในคลังของเรา (ตอน1)

Posted on 29 March 2010 by chadanan

 มารู้จัก Racking ในคลังของเรา (ตอน1)
คลังสินค้าแต่ละประเภทก็มีรุปแบบ หรือ โครงสร้างกันออกไป บางแห่งก็จัดแบ่งพื่นที่เป็น Zone   บางแห่งก็มีRacking หรือชั้นวางของ บางแห่ง มี2 แบบรวมกัน  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า  หากลองมองเข้าไปที่คลังของเรา อาจจะมีชั้นวางของอยู่หลายประเภท แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ชั้นที่เราใช้คือประเภทไหน และมันมีประโยชน์ต่อสินค้าอย่างไร 


Selective Racking :
สินค้าหลากหลาย จำหน่ายเร็ว

เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักมากๆ เป็นตันๆขึ้นไป เพราะคุณสมบัติ ที่มีความคงทน แข็งแรง สะดวกในการใช้งาน ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไว้เก็บสินค้า       

ประโยชน์ใช้สอย
1. สินค้าที่เก็บมีลักษณะเป็น UNIT – LOAD
2. สินค้าวางบนพาเลท
3. สินค้ามีจำนวนและน้ำหนักมาก
4. น้ำหนักประมาณ 200-1500 กิโลกรัมต่อพาเลท
5. สามารถจัดเก็บแนวสูงได้ถึง 11.5 เมตร
6. การจัดเก็บมาตรฐาน สูงประมาณ 3-7 เมตร       

selective racking
selective racking

Video Simulation for Selective Racking Single Deep
 

Drive-In Rack: สินค้าเหมือนกันเก็บช่องเดียวกัน, เข้าหลัง-ออกก่อน

เหมาะกับการจัดเก็บสินค้าที่แต่ละประเภทมีจำนวนมาก ลักษณะการจัดเก็บคือ สินค้าเหมือนกัน เก็บในระดับเดียวกัน โดยการจัดลำดับก่อนหลัง โดยที่สินค้าต้องการขนย้ายออกก่อน อยู่ด้านหน้าเพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา โครงสร้างแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ประหยัดพื้นที่ถึง 40-60% เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บทั่วไป      

ประโยชน์ใช้สอย
1. ประหยัดพื้นที่ได้ 40-60%
2. สะดวกในการหยิบสินค้าเพราะ สินค้าแต่ละชั้นแตกต่างกัน จึงง่ายต่อการจัดเก็บ และนำออก
3. แข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้มาก สามารถปรับระดับชั้นให้เหมาะกับสินค้าที่จัดเก็บ       

Drive In Rack
Drive In Rack

Video for Drive In Racking
   

Thank you for Racking information  & Video from LPI Group
More information go to http://www.lpi.co.th

 

Comments (1)

Advertise Here

Photos from our Flickr stream

See all photos

Advertise Here

Keep Me Posted

February 2012
M T W T F S S
« Sep    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829