Posted on 20 July 2010 by chadanan
หากกำไรคือ ยอดขาย-ต้นทุน
WMS ก็สามารถช่วยให้กำไรเพิ่มขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้นและต้นทุนลดลงได้ แล้ว WMS ทำได้อย่างไร
WMS ช่วยเพิ่ม….
เพิ่มยอดขาย ที่ WMS สามารถช่วยได้ก็คือ
สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร เรียกได้ว่าเป็นจุดขายที่กำลังมาแรง โดยลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมองว่า การนำระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาใช้ ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกทันสมัย ไฮเทค และ มีระบบการทำงานที่ดี สร้างความมั่นใจในการร่วมงาน
เพิ่มโอกาสในการขาย
WMS มีระบบเตือนสินค้ามีจำนวนต่ำกว่าจุดสั่งซื้อซึ่งเป็นผลให้สินค้าในคลังมีเพียงพอกับความต้องการ เช่น ทุกครั้งที่ Sale สั่งของ ในคลังมีของส่งให้ตลอด ของไม่ขาดสต็อก การขายไม่หยุดชะงัก โอกาสการขายก็เพิ่มขึ้น
เพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า
ส่งของตรงตามเวลา ตามจำนวนที่ถูกต้อง ประเภทที่ถูกต้องและสินค้าไม่เสียหาย ระบบ WMS มีฟังก์ชั่น การ Cross Check โดยการใช้Handheld หรือ Moblie Scan เพื่อเช็คก่อนโหลดสินค้าขึ้นรถ มั่นใจว่า ของส่งถึงมือลูกค้า ได้อย่างถูกต้อง
เพิ่มความถูกต้อง => ประสิทธิผล
เพิ่มความรวดเร็ว => ประสิทธิภาพ
…………………………………………………………………………………….
WMS ช่วยลด
ลดเวลา
ช่วยลดเวลาในการเตรียมจัดของ โหลดสินค้า
ลดค่าใช้จ่ายบุคลากร
ลด Stock สินค้าคงคลัง/ตกค้าง
ระบบแจ้งเตือนหรือ Alert System ใน WMS จะช่วยเตือนให้ผู้ดูแลทราบว่าสินค้าคงที่ไม่เคลื่อนไหว มีอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และสามารถออกมาเป็น Report เพื่อให้ฝ่ายขายนำไปทำกิจกรรม ก่อนที่สินค้าจะค้างจนทำอะไรไม่ได้
ลดโอกาสสินค้าหมดอายุ/เสียหาย
บางครั้งมีสินค้าเก็บไว้นาน ยังไม่ทันเอาออกมาขายสินค้าหมดอายุเสียก่อน ระบบ WMS จะมี Function Alert เตือนสินค้าก่อนหมดอายุ เพื่อให้นำสินค้านั้นออกมาขายก่อนที่จะใช้ไม่ได้
ลดโอกาสการทุจริต
ทุกครั้งที่ ใช้ระบบ WMS แต่ละท่านจะมี Log in และ Password เฉพาะซื่งช่วยให้ทราบว่าใครเข้ามาทำอะไรบ้างในระบบ
ลดต้นทุน
Posted on 12 July 2010 by chadanan
ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 5
(ข้อมูลสินค้าที่บันทึกไว้กับที่จัดเก็บไว้จริงในคลังสินค้ามีจำนวนไม่ตรงกัน)
Inventory ไม่ Accuracy!!
สาเหตุ อาจจะเกิดจาก……
1. เกิดจากบุคคล, ขาดระเบียบวินัย, Human Error
2. เกิดจากกระบวนการวางแผนจัดการไม่ดี ไม่มีความชัดเจน
3. ไม่มีระบบบันทึก Record System ที่ดี
4. เกิดจากความไม่ใส่ใจของพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่
ผลของ Inventory ไม่แม่นยำ
หาสินค้าไม่เจอ
เสียเวลาค้นหานาน
สินค้าสูญหาย
ขาดความน่าเชื่อถือ
สินค้าล้นคลัง
สินค้าขาดสต็อก
ทำอย่างไรให้สินค้าคงคลังแม่นยำ ( Accuracy)
หาสาเหตุของปัญหาให้เจอว่าเกิดจากอะไร คน หรือ กระบวนการทำงาน
หากเป็นที่กระบวนการ ก็จัดกระบวนการทำงานให้ชัดเจน ผู้ปฎิบัติงานมีความเข้าใจในหน้าที่อย่างดี
หากเป็นที่คนก็อาจจะต้องปรับทัศนคติ ฝึกอบรมให้มีความใส่ใจ มีระเบียบวินัยมากขึ้น
นับสินค้าบ่อยๆ หากพบว่าข้อมูลจริงกับที่บันทึกไม่ตรงกัน รีบหาสาเหตุและแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………
Kasco WMS !!!
Kasco WMS หรือ Kasco Warehouse Management System เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้า ตั้งแต่กระบวนการรับ จัดเก็บ จ่าย ไปจนถึงการจัดส่ง โดยมีการบันทึกทุกกระบวนการที่เกิดขึ้น เรียกว่าทุก Transaction เพื่อช่วยในการสอบกลับ หาสาเหตุเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
Posted on 05 July 2010 by chadanan
wms_cycle count
“คุณโจ ตอนนี้ช่วงบอลโลก ผมอยากทราบว่า LCD 32 นิ้วในคลังมีกี่ตัว” ….เป็นคำถามสั้นๆแต่ใช้เวลานานในการหาคำตอบ
สาเหตุ
เพราะไม่ทราบจำนวนปัจจุบันของสินค้าในคลัง เนื่องจากไม่มีกระบวนการที่บันทึกอย่างมีระบบตั้งแต่กระบวนการรับเข้า จัดเก็บ หรือเบิกจ่าย ซึ่งหากถามว่าการรู้จำนวนสินค้าในคลังสำคัญไหม คำตอบก็คือสำคัญมากเนื่องจากตัวเลขตัวนี้เป็นตัวบ่งบอกว่า จะต้องสั่งเพิ่มอีกเท่าไหร่ จะต้องรีบนำสินค้าออกอีกเท่าไหร่ จะต้องวางแผนการผลิตแค่ไหน ซึ่งตัวเลขตัวเดียวแต่มีผลต่อคนหลายฝ่าย
ทำอย่างไร ที่จะทราบจำนวนสินค้าในคลัง
คำตอบคือ ถ้าไม่ทราบจำนวน ก็ต้องนับ แต่การนับแต่ละครั้งก็ยุ่งยากเหลือเกิน บางครั้งต้องปิดคลังนับกันเลยทีเดียว บางบริษัท นับปีละครั้ง บางบริษัท 2 ครั้งต่อปี แล้วจะนับอย่างไร
แก้ปัญหาโดยใช้การนับเป็นรอบหรือ Cycle Count
หลักการของ Cycle Count คือนับที่ละน้อยๆ แต่ทำทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นจำนวนตัวเลขที่แท้จริงในคลังได้อย่างดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การนับบ่อยๆจะะช่วยให้พบความคลาดเคลื่อนของจำนวนสินค้าได้เร็วขึ้น เช่นช่วยให้ทราบว่า สินค้าตัวไหนขาด ตัวไหนเกิน ตัวไหนเสื่อมคุณภาพหรือสินค้าหาย
วิธีการทำ Cycle Count
1. แบ่งประเภทของสินค้าตามความสำคัญ (ABC Analysis)
สินค้า A หมายถึง สินค้าขายดี ทำยอดมีความสำคัญมาก
สินค้า B หมายถึง สินค้สำคัญปานกลาง
สินค้า C หมายถึง สินค้ามีความสำคัญน้อย
ซึ่งการแบ่งประเภทความสำคัญนี้จะช่วยในการจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรคน เวลาไปดูแลได้
2 . วางแผนการนับสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องนับทุกวัน แต่ไม่ต้องตกใจ นับทุกวันแต่วันละ 3-5 รายการ เลือกช่วงเวลาที่ว่างหน่อย พอนับไปได้สัก3-6 เดือนก็น่าจะนับได้ครบทุกรายการ ส่วนการวางแผนความถี่ในการนับ หากสินค้าไหนขายดี มีความสำคัญมาก เช่นสินค้ากลุ่ม A ก็นับบ่อยๆเช่น สัปดาห์ละ ครั้งหรือ 2-3 ครั้ง แต่ถ้าสินค้าไหนมีความสำคัญน้อยก็จัดรอบการนับให้ห่างเดือนละครั้งหรือ 3-6 เดือนครั้ง เพราะเราต้องการทราบสถานะปัจจุบันของสินค้าที่มีความสำคัญ
แค่นี้คุณก็สามารถหาคำตอบได้แล้ว ตอนนี้คุณมีสินค้าคงคลังเท่าไหร่
Did you Know !!!
Kasco WMS มีfeatures ที่ช่วยในการทำ Cycle Count ที่ช่วยให้การนับง่ายและสะดวกขึ้น โดยสามารถวางแผนการทำล่วงหน้าได้โดยใช้เงื่อนไขการเลือกทำได้หลายปัจจัยเช่น เลือกนับตามกลุ่มสินค้า เลือกนับตามพื้นที่การจัด หรือ Zone จัดเก็บ เลือกนับตามมูลค่าสินค้าคงคลัง หรือเลือกนับเฉพาะรายการที่มีความเคลื่อนไหวเป็นต้น Kasco WMS สามารถรองรับการทำ Cycle Count โดยใช้อุปกรณ์ Mobile Computer ที่สามารถอ่าน Barcode หรือ RFID Tag ได้ หรือการทำ Cycle Count แบบManual ก็ได้
Posted on 28 June 2010 by chadanan
หาของไม่เจอ !! ปัญหา(Classic) คลังสินค้าข้อที่ 3
สาเหตุ
ปัญหาของการหาสินค้าไม่เจอคงจะไม่ใช่เป็นปัญหาในตัวกระบวนการหาเอง ( Picking Process) แต่กลับเป็นผลพวงจากกระบวนการก่อนหน้านี้มากกว่า ซึ่งกระบวนการพื้นฐานในคลังสินค้ามีดังนี้ คือ การรับ (Receive) การเก็บ (Storage) การหา (Picking) การจัดส่ง (Shipping) โดยเฉพาะการนำไปเก็บ ( Put Away) ถ้าเก็บเป็นที่เป็นทาง เป็นระเบียบหาได้ง่าย มีการให้ข้อมูลของตำแหน่งที่เก็บสินค้าอย่างถูกต้องแม่นยำ ปัญหาดังกล่าวคงจะไม่เกิดขึ้น ตอนเอาเข้าไปเก็บนั้นไม่เท่าไร แต่ตอนเอาออกมานั่นสิ ไม่ง่ายเท่าไร เพราะไม่มีข้อมูลตำแหน่งของสินค้าที่ถูกต้อง ทำให้การตัดสินใจในการไปหาจะต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่าที่ควรจะเป็น สุดท้ายอาจจะหาไม่เจอ
Warehouse Problem
การแก้ปัญหา
หากแก้ปัญหาที่คน ก็ต้องบอกว่า พนักงานในคลังจะต้องมีระเบียบวินัยอย่างสูงในการปฎิบัติงานแต่ละProcess ในคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรับ(Receive) จัดเก็บ (Storage)และการจัดส่ง (Shipping) เรียกได้ว่าถูกต้องทุกขั้นตอน มีการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเกิดความผิดพลาด ( Human Error) ได้
ส่วนหนึ่งของการการแก้ปัญหาเพื่อลด Human Error คือการนำระบบบริหารจัดการคลังสินค้า หรือ WMS Warehouse Management System เข้ามาควบคุมการทำงานอีกครั้ง (Cross check )เพื่อลดความผิดพลาด
ระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) ช่วยแก้ปัญหาการหาได้อย่างไร
1. กระบวนการรับสินค้า (Receiving) :
ระบบ WMS สามารถ Reserveพื้นที่ หรือจองพื้นที่ให้ล่วงหน้าเพื่อช่วยในการวางแผนการใช้พื้นที่ในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคลังสินค้าบางที่ไม่มีระบบที่ดี เมื่อรับสินค้าเข้าคลังก็เอาไปตามใจชอบ สุดท้ายก็จำไม่ได้ว่า นำไปเก็บไว้ที่ไหน
2. กระบวนการจัดเก็บ(Put Away):
ระบบ WMS สามารถ แนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการจัดเก็บ และมีการยืนยันตำแหน่งการจัดเก็บที่ถูกต้อง
Manual : โดยผู้ตรวจสอบเซ็นอนุมัติ หลังจากตรวจสอบว่าจัดเก็บในตำแหน่งนั้นจริง
Barcode Scanner : โดยการยิง Barcode Scanner ในตำแหน่งที่จัดเก็บจริง
ซึ่งตรงนี้จะช่วยในการconfirm ตำแหน่งจัดเก็บอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการหาของไม่เจอได้
3. กระบวนการเบิก (Picking ):
ระบบ WMS จะมีระบบ Search เพื่อช่วยในการค้นหาได้อย่างง่ายดาย แค่กรอกเงื่อนไข ระบบก็สามารถค้นหาสินค้าให้เอง ไม่ว่าจะเป็นการเบิกแบบ FIFO , LIFO, FEFO หรือสามารถกำหนดเอง
Posted on 16 June 2010 by chadanan
แต่ก่อนคลังสินค้า หรือคนทั่วไปจะเรียกว่าโกดัง ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญ หน้าที่หลักๆเป็นแค่เก็บสินค้า เก็บของ เป็นฝ่ายรับจากการผลิต หรือ จากการสั่งซื้อเท่านั้น แต่ระยะหลังกระแสการตื่นตัวเรื่องลดต้นทุนมาแรง หลายบริษัทก็มองหาว่าจะลดอะไรได้บ้าง ดูไปดูมา ก็ไม่พ้นเรื่องสินค้าคงคลังเพราะถือว่าเป็นของที่มีค่า เป็นหัวใจของบริษัท ลองมาดูว่าความสำคัญของคลังสินค้าวันนี้กับแต่ก่อนแตกต่างกันมากอย่างไร
………………………………………………………………………………………………..
1 . คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
คลังสินค้าวันนี้ : เก็บสินค้า และเป็นศูนย์กลางข้อมูล�
นอกจากจะเก็บสินค้าแล้วจะต้องมีข้อมูลกลับไปให้ฝ่ายต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการขาย เช่นข้อมูลสินค้าขายดี ข้อมูลสินค้าข้างสต็อก ข้อมูล สินค้าเข้าบ่อย ออกบ่อยเป็นต้น
หมายเหตุ
การที่คลังสินค้าจะให้ข้อมูลหรือ Report ให้กับฝ่ายต่างๆได้จะต้องมีระบบบริหารจัดการคลังสินค้าหรือ ซอฟแวร์ WMS (Warehouse Management System )มาช่วยในการเก็บข้อมูล
kasco wms
………………………………………………………………………………………………..
2. คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
คลังสินค้าวันนี้ : ลดต้นทุนการผลิตและขนส่ง
เช่นการรีดยาง 1 แผ่น วันหนึ่งรีดยางได้ 10 แผ่น เก็บไว้ระยะหนึ่ง 10 วันได้ 100 แผน่น วิ่งรถ 1 รอบไปส่งโรงงานประหยัดค่าขนส่ง ถ้าไม่มีคลัง กรีดยางได้ 10 แผ่นก็ต้องวิ่งส่งทุกวัน สิ้นเปลืองมากกว่า
………………………………………………………………………………………………..
3. คลังสินค้าแต่ก่อน : เก็บสินค้าอย่างเดียว
คลังสินค้าวันนี้ : สร้างมูลค่าเพิ่ม Value Added
เช่น การRe-Pack สินค้า, การบรรจุสินค้าใหม่, การติดฉลากใหม่ เช่นนำเอาสินค้ามาจัดเป็น Set เช่น Gift Set ที่มี สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า รวมกันเป็น 1 Set
หมายเหตุ
ระบบ WMS : จะมีFeature ในการจัด Set หรือจะเรียก Bom ( Bill of Material ) เพียงแค่กรอกข้อมูลว่าต้องการ Set ไหน ระบบจะมี Lists ของส่วนประกอบให้
………………………………………………………………………………………………..
4. คลังสินค้าแต่ก่อน : รับสินค้าเข้าอย่างเดียว
คลังสินค้าวันนี้ : เป็นที่เก็บสินค้าและศูนย์กระจาย
ศูนย์กระจายช่วยให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าขนส่ง เช่นหากต้องการส่งของจากกรุงเทพไปอุดรอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าของจะถึงมือลูกค้า แต่ถ้าเรามีศูนย์กระจายที่ขอนแก่นจะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งไปได้มาก
Distribution Center : DC
………………………………………………………………………………………………..
4. คลังสินค้าแต่ก่อน : จัดเก็บสินค้าอย่างเดียว
คลังสินค้าวันนี้ : จะต้องมีการหมุนเวียนสินค้าเข้าและออก
จะต้องมีการหมุนเวียนสินค้าเข้าและออกเช่น การกำหนดระยะเวลาการกำหนดสินค้าแต่ละประเภทว่าจะเก็บ 15 วัน , 1 เดือน แล้วแต่นโยบาย
Posted on 08 June 2010 by chadanan
Double Handling!! ปัญหาคลังสินค้าข้อที่ 1
หากใครเคยทำงานเกี่ยวข้องกับคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้า Warehouse Supervisor, IT Manager, Operation หรือแม้แต่ Checker ก็คงจะเจอปัญหาดังต่อไปนี บางปัญหาอาจจะตรงใจใครหลายคน บางปัญหาท่านอาจจะยังไม่เคยเจอ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น Kasco IT แค่อยากshare ประสบการณ์ ในฐานะผู้ที่เจอปัญหาเหล่านี้บ่อยๆและคอยแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ทุกวัน หวังว่า ความรู้และประสบการณ์ทางด้านการ Implement ซอฟแวร์บริหารคลังสินค้าของ Kasco IT คงช่วยท่านได้มองเห็นปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนขึ้น
ปัญหาที่1 : การคีย์ข้อมูลซ้ำ (Double Handling) ระหว่างแผนกจัดซื้อ (บัญชี) และแผนกคลังสินค้า
แนวทางแก้ปัญหา : ใช้การImport ข้อมูลที่ฝ่ายจัดซื้อเป็นผู้เตรียม เข้าระบบ WMS
ปกติแล้วคลังสินค้าจะทำงานต่อเนื่องกับฝ่ายจัดซื้อ โดยทางจัดซื้อจะมีเอกสารที่แสดงรายละเอียดของใบจัดซื้อ หรือ เรียกว่า P/O ในเอกสารนี้ก็จะประกอบด้วยข้อมูลหลักๆ คือ
P/O no. : เลขที่ใบสั่งซื้อ
P/O Date : วันที่สั่งซื้อ
Owner : เจ้าของสินค้า
Supplier : ผู้ขายสินค้า
รายการสินค้า และปริมาณ
ETA : วันที่คาดว่าจะมาส่ง
Ex Purchase-Order
ทางคลังสินค้ามีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อจะได้เตรียมรับสินค้าเข้าคลังและ เตรียมพื้นสำหรับการจัดเก็บจึงทำให้ต้องInput ข้อมูลเข้าระบบคลังสินค้า ปัจจุบันมีการ Input ข้อมูลเข้าระบบโดย
1 . พนักงานคลังสินค้า คีย์ข้อมูลเข้าระบบเอง
แผนกคลังสินค้าจะ Input ข้อมูลเข้าระบบโดยการคีย์ข้อมูลเข้าเอง ซึ่งเสียเวลาและเป็นการทำงานซ้ำซ้อน
2. Import เข้าระบบบริหารจัดการคลัง WMS
Import ข้อมูลจากระบบบัญชีเข้า WMS ซึ่งจะช่วยให้พนักงานคลังไม่ต้องคีย์ข้อมูลเข้าระบบเอง ประหยัดเวลา และมีความถูกต้องเพิ่มขึ้น (ข้อมูลที่ Import เข้าระบบจะเป็นเพียงข้อมูลตั้งต้นให้กับคลังสินค้า )
หมายเหตุ ข้อมูลที่ Import อาจจะเป็น Text file หรือ format ที่ตกลงกัน
(ที่มาของปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหา เกิดจากประสบการณ์ที่ Kasco IT ได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาและ Implement โปรแกรมบริหารจัดการคลังสินค้า ( Kasco WMS) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ปัญหาเดียวกัน ท่านอาจจะมีแนวทางแก้ไขที่แตกต่าง)
Posted on 02 June 2010 by chadanan
Pick to light Technology ที่ Seven เลือกใช้
Pick to light ถ้าแปลกันตามตัวก็คือ Pick ตามความหมายของ Logistics แปลว่าหยิบ Light แปลว่า แสง
Pick to light ก็แปลว่าหยิบตามแสง ซึ่งหมายความว่า หากเห็นแสงไฟกระพริบในตำแหน่งใด ผู้ปฎิบัติงานจะต้องไปหยิบสินค้านั้นๆ ตามจำนวนที่ระบบสั่งให้หยิบ (ระบบ หมายถึง ระบบบริหารคลังสินค้าหรือ WMS) หากหยิบเสร็จ จะมีการกดปุ่มเพื่อยืนยันการหยิบ แสงไฟก็จะดับลง บริษัทชั้นนำหลายๆแหล่งเช่น โตโยต้า, Seven ก็นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในคลัง
Pick to light ใช้ได้กับสินค้าอะไร
สินค้าที่เป็น ชิ้น เป็นอัน หรือ แกะกล่อง
สามารถใช้ร่วมกับวิธีการหยิบประเภท Wave, Zone and Batch Picking
แล้วมันดียังไง
รวดเร็ว เพราะแสงจะเป็นตัวบอกตำแหน่งการหยิบสินค้า ทำไม่ผู้หยิบไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
ง่ายและถูกต้อง
Paperless เพราะไม่ต้องพิมพ์ใบสั่งงานหยิบสินค้า
ราคาไม่แพง
ใช้งานร่วมกับโปรแกรม WMS
กลุ่มอุตสาหกรรมไหนเลือกใช้ Technology นี้กัน
ธุรกิจค้าปลีก (Retail)
ธุรกิจขายตรง (Direct Marketing)
ธุรกิจ อุปกรณ์ไฟฟ้า (High Tech Electronics)
ธุรกิจความสวยงาม Health & Beauty
สินค้าขายประเภท Catalog
ธุรกิจเพลง และสื่อ (Music/Publishing)
เวชภัณฑ์ (Pharmaceutical)
รถยนต์ อะไหล่ Automotive)
คอมพิวเตอร์ (Computer
เครื่องดื่ม (Liquor Distribution)
ผู้ผลิต( Manufacturing)
ร้านสะดวกซื้อ (Grocery & Convenience)
Ref : Thank you for images from Atop Technologies
Posted on 24 May 2010 by chadanan
Kasco WMS
WMS : พระเอกตัวจริง !!!!
ระบบ WMS / Warehouse Management System หรือ บ้านเราเรียกว่า ระบบริหารจัดการคลังสินค้า เรียกย่อๆ ว่า WMS โดยทั่วไป WMS จะช่วยในการบริหารจัดการคลัง เริ่มตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ และสิ้นสุดด้วยการเบิกสินค้า ซึ่งถามว่าหากไม่มี WMS เรายังสามารถบริหารคลังของเราได้เองไหม คำตอบก็คือ ได้ ถ้าการบริหารคลังที่มีอยู่ถูกวางระบบได้อย่างเป็นระเบียบ ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย และไม่มีปัญหาที่เป็นประเด็นหลัก เพราะส่วนใหญ่การนำระบบเข้าไป มักจะนำเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง หรือ นำเข้าไปช่วยเรื่องบางเรื่องที่คนเองก็จำไม่ไหว ( เช่นระบบ QC)
โดยพื้นฐานแล้วก่อนจะนำระบบเข้าไปใช้หรือ Implement ก็มักจะมีการตั้งสมมุติฐาน คาดเดาว่า WMS ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้จริงหรือเปล่า ทางคาสโกเอง ในฐานะเป็นผู้พัฒนาระบบ WMS ก็โดนคำถามเหล่านี้อยู่บ่อย ๆเลยอยาก จะใช้พื้นที่ตรงนี้ตอบคำถามเหล่านั้น
Top Hit ที่ถามทุกที่ ที่ไปPresent !!
1. WMS จะช่วยลด inventory ได้จริงหรือไม่
คำตอบ สามารถทำได้
เนื่องจากระบบ WMS จะมีรายงานหลายตัวที่ช่วยในการพยากรณ์ (Forecasting) สินค้าในคลัง เช่น
รายงานสินค้าไม่เคลื่อนไหว (Death Stock) ทำให้ผู้ดูแลคลังทราบว่าตอนนี้มีสินค้าตัวที่ไม่เคลื่อนไหว และส่งรายงานนี้ไปให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการต่อ ทำให้จำนวนสินค้าในคลังลดลงง
รายงานสินค้าต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ทางผู้ดูและคลังไม่จำเป็นต้องสั่งสินค้าเข้ามาเกินความจำเป็น ระบบ WMS มีระบบ Alert เตือนเมื่อสินค้ามีจำนวนต่ำกว่าจุดสั่งซื้อและรายงานอื่นๆอีกหลายๆมุมเรียกได้ว่า 360 องศาเลยทีเดียว
2. WMS จะช่วยลดการพึ่งพิงความสามารถเฉพาะบุคคลได้จริงหรือไม่
คำตอบ สามารถทำได้
กระบวนการทำงานในคลังสินค้าส่วนใหญ่แถบจะเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะอาศัยความชำนาญของเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นความจำที่ดีเลิศว่า สินค้าตัวนี้อยู่ตรงไหน หรือว่า สินค้าชนิดนี้เก็บที่ไหน หรือควรจะไปจัดเก็บที่ไหนถึงจะเหมาะสม เรียกได้ว่า 365 วัน เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถขาด ลา มา สาย ได้เลย ตัว wms เองถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การทำงานง่าย สะดวก ทุกๆอย่างจึงถูกสร้างไว้พร้อมทำงานหมดแล้ว เช่น Kasco WMS เองก็มีfunction ที่ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ ยังจำlayout ในคลังไม่ได้ เราก็สร้างตัวช่วยที่เรียกว่า Virtual Warehouse ที่ยกเอาคลังสินค้ามาไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสามารถดูตำแหน่งการจัดเก็บได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์
virtual warehouse : Kasco IT
3 . WMS จะเสริมความสามารถในการจัดเก็บ
เนื่องจาก WMS มีFunction ที่เรียกว่า System Directed Put away ทำให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพ โดยระบบจะมีการกำหนดว่า สินค้าประเภทนั้นๆจะมีกระบวนการจัดเก็บอย่างไร
4. WMS จะช่วยเพิ่มการบริการให้แก่ลูกค้า
5. WMS จะช่วยเพิ่มความถูกต้องแก่ inventory
Posted on 17 May 2010 by chadanan
JIT – Just in time (ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี)
JIT – Just in time (ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี) หมายถึง การจัดส่งหรือการผลิตแบบทันเวลาพอดี โดยมีแนวความคิดง่ายๆบนหลักการที่ว่า จะไม่มีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นในระบบจนกว่าจะมีความต้องการเกิดขึ้น ดังนั้นสินค้าจะถูกผลิตก็ต่อเมื่อมีความต้องการเกิดขึ้น
JIT จะรวบรวมความต้องการโดยใช้แนวคิด “แบบดึงเข้า ( Pull Concept )” โดยข้อมูลลูกค้าที่ปลายทางจะถูกแจ้งกลับมายังโรงงาน ทำให้โรงงานรู้ความต้องการที่เกิดขึ้นจริง และทำการผลิตตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงทำการจัดส่งวัตถุดิบหรือสินค้าไปยังตลาดหรือที่ตั้งของลูกค้า
หรือจะรวบรวมโดยใช้แนวคิดตรงกันข้ามคือ “แบบผลักออก ( Push Concept )” จะหมายถึงสินค้าหรือบริการจะได้รับการผลิตตามการพยากรณ์หรือการคาดการณ์ เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า
การนำ JIT มาใช้เพื่อ
๐ ควบคุมวัสดุคงคลังให้อยู่ในระดับที่น้อยที่สุดหรือให้เท่ากับศูนย์ ( Zero inventory )
๐ ลดเวลานำหรือระยะเวลารอคอยในกระบวนการผลิต ( Zero lead time )
๐ ขจัดปัญหาของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต ( Zero failures )
๐ ขจัดความสูญเปล่าในการผลิต ( Eliminate 7 Types of Waste ) ดังต่อไปนี้
1. การผลิตมากเกินไป (Overproduction) : ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ถูกผลิตมากเกินความต้องการ
2. การรอคอย (Waiting) : วัสดุหรือข้อมูลสารสนเทศ หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวหรือติดขัดเคลื่อนไหวไม่สะดวก
3. การขนส่ง (Transportation) : มีการเคลื่อนไหวหรือมีการขนย้ายวัสดุในระยะทางที่มากเกินไป
4. กระบวนการผลิตที่ขาดประสิทธิภาพ (Processing itself) : มีการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็น
5. การมีวัสดุหรือสินค้าคงคลัง (Stocks) : วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีเก็บไว้มากเกินความจำเป็น
6. การเคลื่อนไหว (Motion) : มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นของผู้ปฏิบัติงาน 7. การผลิตของเสีย (Making defect) : วัสดุและข้อมูลสารสนเทศไม่ได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพ
Posted on 17 May 2010 by chadanan
คุณพูนศักดิ์ เธียไพรัตน์
กรรมการผู้จัดการ
บทจ. อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติกส์
ยังไม่เคยได้มีโอกาศคุยกับคุณพูนศักดิ์ตัวต่อตัวสักที เคยแต่เห็นไกลๆ นั่งอยู่บนเวที พูดเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับโลจิสติกส์ แต่ก็อดนึกชื่นชมในใจว่า ไม่ได้ว่า คนอะไรช่างมีความคิดและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจริงๆ ด้วยที่เป็นคนที่คิดนอกกรอบ บวกกับความรู้และประสบการณ์ในด้านการบริหาร จึงไม่น่าแปลกในที่บริษัทเล็กๆ อย่าง Eternity จะเติบโตจนเป็นบริษัทมหาชนได้จนทุกวันนี้
ความเก่ง (ระดับเทพ)
1. สร้างบริษัทไทยเล็กๆ Market Cap 400 ล้าน ขึ้นมาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
2. เป็นอาจารย์สอนในสถาบันโลจิสติกส์ชั้นนำ เช่น ม. ธรรมศาสตร์และสถาบ้นชั้นนำ
3. พาบริษัท อินเทอร์นิตี้ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI
4. ลูกค้า มี Tesco Lotus, Nestle, Tops , จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
5. จบศศิน ด้วนทุนเชลล์
6. Eternity ได้รับ ISO รายแรกของไทยทางด้านโลจิสติกส์
7. พดส. (พนักงานดูแลสังคมฝัน)ไอเดียบรรเจิดของคุณพูนศักดิ์ที่สร้างให้กับคนรถ Eternity
8. เป็นเถ้าแก่ อายุตั้งแต่ 25-26 ปี
…คิดว่าลูกค้าสั่งอะไรก็ทำ และพยายามทำ OVER จากที่ลูกค้าทำ และอย่าปฎิเสธงาน เห็นแล้วต้องทำ..