Archive | March, 2010

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

มารู้จัก Racking ในคลังของเรา (ตอน1)

Posted on 29 March 2010 by chadanan

 มารู้จัก Racking ในคลังของเรา (ตอน1)
คลังสินค้าแต่ละประเภทก็มีรุปแบบ หรือ โครงสร้างกันออกไป บางแห่งก็จัดแบ่งพื่นที่เป็น Zone   บางแห่งก็มีRacking หรือชั้นวางของ บางแห่ง มี2 แบบรวมกัน  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า  หากลองมองเข้าไปที่คลังของเรา อาจจะมีชั้นวางของอยู่หลายประเภท แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ชั้นที่เราใช้คือประเภทไหน และมันมีประโยชน์ต่อสินค้าอย่างไร 


Selective Racking :
สินค้าหลากหลาย จำหน่ายเร็ว

เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักมากๆ เป็นตันๆขึ้นไป เพราะคุณสมบัติ ที่มีความคงทน แข็งแรง สะดวกในการใช้งาน ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ไว้เก็บสินค้า       

ประโยชน์ใช้สอย
1. สินค้าที่เก็บมีลักษณะเป็น UNIT – LOAD
2. สินค้าวางบนพาเลท
3. สินค้ามีจำนวนและน้ำหนักมาก
4. น้ำหนักประมาณ 200-1500 กิโลกรัมต่อพาเลท
5. สามารถจัดเก็บแนวสูงได้ถึง 11.5 เมตร
6. การจัดเก็บมาตรฐาน สูงประมาณ 3-7 เมตร       

selective racking
selective racking

Video Simulation for Selective Racking Single Deep
httpv://www.youtube.com/watch?v=cSWP7Yb2Qu8
 

Drive-In Rack: สินค้าเหมือนกันเก็บช่องเดียวกัน, เข้าหลัง-ออกก่อน

เหมาะกับการจัดเก็บสินค้าที่แต่ละประเภทมีจำนวนมาก ลักษณะการจัดเก็บคือ สินค้าเหมือนกัน เก็บในระดับเดียวกัน โดยการจัดลำดับก่อนหลัง โดยที่สินค้าต้องการขนย้ายออกก่อน อยู่ด้านหน้าเพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา โครงสร้างแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ประหยัดพื้นที่ถึง 40-60% เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บทั่วไป      

ประโยชน์ใช้สอย
1. ประหยัดพื้นที่ได้ 40-60%
2. สะดวกในการหยิบสินค้าเพราะ สินค้าแต่ละชั้นแตกต่างกัน จึงง่ายต่อการจัดเก็บ และนำออก
3. แข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้มาก สามารถปรับระดับชั้นให้เหมาะกับสินค้าที่จัดเก็บ       

Drive In Rack
Drive In Rack

Video for Drive In Racking
httpv://www.youtube.com/watch?v=M4IL6t7xwIo   

Thank you for Racking information  & Video from LPI Group
More information go to http://www.lpi.co.th

 

Comments (1)

Tags: , , , , ,

ขอBOI ทำไมต้องใช้โปรแกรมคลังสินค้า!!!

Posted on 22 March 2010 by chadanan

 

 

 BOI ย่อมาจาก Board of Investment แปลว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  ถ้าถามว่าคืออะไร ต้องบอกว่า หน่วยงานหนึ่งที่ก่อตั้งเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมการลงทุน โดยการดึงชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ผู้ที่ได้การส่งเสริมจาก BOI ได้สิทธิประโยชน์ ในด้าน ภาษีอากร / ภาษีนิติบุคคล / สิทธิการถือครองที่ดิน / สิทธิการเข้ามาในประเทศ ซึ่งBOI เองให้การ

หมวด 1 เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร
หมวด 2 เหมืองแร่เซรามิกส์และโลหะขั้นมูลฐาน
หมวด 3 อุตสาหกรรมเบา
หมวด 4 ผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง
หมวด 5 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
หมวด 6 เคมีภัณฑ์กระดาษและพลาสติก
หมวด 7 กิจการบริการและสาธารณูปโภค

ขอ BOI แบบไหนที่ต้องใช้โปรแกรมคลังสินค้า
หมวดที่ 7 กิจการบริการและสาธารณูปโภคซื่งในกลุ่มที่ 7 เองก็จะแยกประเภทของการขอออกเป็น 3 แบบคือ
1.  ประเภทกิจการ 7.6 กิจการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
(Distribution Center)
2. ประเภทกิจการ 7.7 ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย
(International Distribution Center ) หรือ IDC
3. ประเภทกิจการ 7.8 กิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ
(International Procurement Office) หรือ IPO

ซึ่งการขอBOI แต่ละประเภทก็มี เงื่อนไขที่ต่างกัน ลองดูเงื่อนไขด้านล่าง

ประเภทกิจการ 7.6 กิจการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
(Distribution Center)

เงื่อนไข
1. เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ทันสมัย ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
2. รับฝากสินค้านำเข้าได้เฉพาะที่เสียภาษีอากรหรือของที่ใช้ สิทธิและ ประโยชน์อื่น ซึ่งผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว เช่น สินค้าที่ได้รับยกเว้น หรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามมาตร การส่งเสริมการลงทุน หรือของอื่นๆ ที่อธิบดีกรมศุลกากร กำหนด
3. ให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ทางภาษีอากรเฉพาะที่เกี่ยวกับ เครื่องจักรตามเขตที่ตั้ง ประเภทกิจการ

ประเภทกิจการ 7.7 ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย
(International Distribution Center ) หรือ IDC
เงื่อนไข
1. ต้องเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปต่างประเทศที่ให้บริการขนส่ง / จัดส่ง เก็บรักษา บรรจุ และบริหารสินค้าคงคลังของลูกค้า
2. ต้องกระจายสินค้าไปต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5 ประเทศ
3. ต้องมีพื่นที่คลังสินค้าไม่น้อยกว่า 5,000 ตารางเมตรและมีอุปกรณ์จัดเก็บและขนถ่ายที่ทันสมัย
4. ต้องมีระบบควบคุมบริหารคลังสินค้าด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและมีระบบติดตามสินค้า
แบบ Online ( Track & Trace)
5. ต้องมีผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน
6. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
7. ได้รับยกเว้นอารกขาเข้าสำหรับเครื่องจักร
8. กรณีตั้งในเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลทุกเขตทั้งนี้รายได้จาก
การขนส่งในประเทศ รายได้จากพิธีการศุลกากรและ รายได้การจองระวางเรือ หรือเครืองบินไม่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

ประเภทกิจการ 7.8 กิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ
(International Procurement Office) หรือ IPO
เงื่อนไข
1. ต้องมีหรือเช่าคลังสินค้าและมีระบบจัดการสินค้าคงคลังด้วยระบบคอมพิวเตอร์
2. ต้องมีกิจกรรมจัดหาสินค้า การตรวจสอบคุณภาพสินค้าและการบรรจุสินค้า
3. มีแหล่งจัดหาสินค้าจากหลายรายและอย่างน้อนต้องมีแหล่งจัดหาจากในประเทศ
4. ให้ได้รับเฉพาะสิทธิและประโยชน์ทางภาษีอากรดังต่อไปนี้
- ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรทุกเขต
- สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36(1) และ 36 (2)

ซึ่งการขอ BOI ทั้ง 3 แบบมีเงื่อนไขเหมือนกันคือ จะต้องมีระบบบริหารคลังสินค้าที่ทันสมัย ซึ่งจากข้อมูลที่คุยกับเจ้าหน้าที่ของ BOI  ท่านเล่าให้ฟังว่า ในการพิจารณาว่าจะให้การส่งเสริมหรือไม่นั้น ทาง BOI จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและถามคำถามของการจัดการคลังสินค้า ว่าง่ายๆ คุณก็ต้องมี Report เพื่อตอบคำถามเขาได้นั่นเอง  การใช้ Excel หรือ Manual ในการควบคุมคลังไม่เป็นที่ยอมรับของ BOI 

Comments (0)

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Technology ในสายงาน Logistics

Posted on 15 March 2010 by chadanan

 

 

1. WMS _ Warehouse Management System

WMS เป็นระบบสำหรับการบริหารคลังสินค้ามักใช้งานร่วมกับระบบ Barcode ในการจัดการสินค้า โดยจะช่วยในการจัดการระบบงานต่างๆ ตั้งแต่ การรับสินค้าเข้าคลัง, การจัดเก็บ, การย้ายสินค้า, การเบิก, การบรรจุหีบห่อและการจัดส่ง, การตรวจนับสินค้า รวมทั้งระบบบัญชีเบื้องต้นสำหรับธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า / ห้องเย็นรับฝาก และรายงานวิเคราะห์รูปแบบต่างๆ รองรับการทำงานหลายคลังพร้อมกัน (Multi-warehouse)
อ่านรายละเอียด Software WMS

2.       TMS _ Transportation Management System
เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารธุรกิจขนส่ง โดยช่วยในการจัดการระบบงาน และเก็บข้อมูลต่างๆในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาการจัดการธุรกิจขนส่งให้เป็นแบบไร้เอกสาร (Paperless) โดยระบบจะครอบคลุมระบบงานต่างๆในธุรกิจขนส่ง ตั้งแต่การรับสินค้าจากลูกค้า รายละเอียดของผู้ส่ง-ผู้รับสินค้า, การคุมรถและพนักงานประจำรถ, การกระจายสินค้า, ระบบเซ็นรับเอกสาร/บันทึกการรับสินค้าปลายทาง, การคืนสินค้าต้นทาง/สินค้าตีกลับ, การวางบิล และระบบบัญชีเบื้องต้น, ประวัติของรถ และระบบงานซ่อมบำรุง รวมถึงระบบรายงานกว่า 100 รายงาน
อ่านรายละเอียด Software TMS

 3.       MES _ Manufacturing Execution System
ระบบที่ดูแลและจัดการกระบวนการทำงาน (Work-in-process) ในโรงงาน เช่น กระบวนการผลิต, Order,  การจัดส่ง, การตรวจสอบคุณภาพ, การดูแลรักษา( MA)

 4.       OMS _ Order  Management System
ระบบที่จัดกลุ่มคำสั่งซื้อตามลูกค้า และลำดับความสำคัญ แจกจ่ายสต็อกสินค้าตามแหล่งคลังสินค้า และสร้างวันกำหนดส่งตามสัญญา โดยปกติ OMS มักจะอยู่ภายใต้ระบบ ERP GPS _ Global Positioning System

 5. GPS _ Global Positioning System
ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการใช้งานยานพาหนะให้อยู่ในขอบเขตภารกิจที่กำหนด โดยใช้เทคโนโลยีกำหนดตำแหน่งบนพื้น โลกด้วยดาวเทียม ซึ่งให้ข้อมูลการเดินทางต่าง ๆ แสดงเส้นทางที่ใช้ ตำแหน่งที่จอดบนแผนที่ แสดงกราฟความเร็วของยานพาหนะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเสร็จสิ้นภารกิจ ผู้ใช้สามารถนำข้อมูลมาบริหาร วิเคราะห์ ตรวจสอบ หรืออ้างอิง สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น แสดงบนแผนที่ดิจิตอล ในมาตราส่วนต่าง ๆ คือ 1:4,000 ใน กทม. และ 1: 50,000 ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย แสดงกราฟ หรือจัดพิมพ์รายงาน ข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ PC หรือ Server สามารถค้นหาข้อมูลได้ตามต้องการ โดยสามารถจัดทำรายงานต่างๆเช่น

6. Paperless / Custom EDI
EDI ย่อมาจาก Electronic Data Interchange คือ ระบบการเปลี่ยนข้อมูลที่ผ่านด้วยระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างองค์กร 2 องค์กรขึ้นไป สามามารถนำไปใช้ได้ทั้งองค์กรภายในและองค์กรภายนอก ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เช่น ใบกำกับสินค้า (invoices) , ใบขนของ (Bill Of Lading) , และใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Orders) EDI ลดความจำเป็นในการพิมพ์เอกสารทางธุรกิจ, การส่งเอกสารให้คู่ค้า และการรับเอกสารจากคู่ค้ามาคีย์ข้อมูลเข้าระบบอีกครั้ง ดังนั้นอีดีไอจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเตรียมเอกสาร, ค่าใช้จ่ายในการส่งและค่าใช้จ่ายในการจัดการเอกสารได้ รวมทั้งความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลใหม่จะลดลง นอกจากนี้เวลาที่ใช้ในการส่งซึ่งลดลงมีผลทำให้วงจรธุรกิจสั้นลง

7.       Barcode / RFID
บาร์โค้ด (Barcode) หรือ รหัสแท่ง หมายถึง สัญลักษณ์ (Symbol) ที่อยู่ในรูปของแท่ง โดยจะใช้เครื่องอ่าน ที่เรียนว่า Scanner (เครื่องยิงบาร์โค้ด) เป็นตัวอ่านข้อมูล ที่อยู่ในรูปของ รหัสแท่ง เป็นข้อมูล ที่เป็นตัวเลข หรือ ตัวอักษร ที่มนุษย์สามารถเข้าใจ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน หรืออีกความหมายนึง บาร์โค้ด (barcode) คือ เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ได้ผลดี ในการตรวจสอบสินค้าขณะขาย, การตรวจสอบยอดการขาย และสินค้าคงคลัง เราสามารถที่จะอ่านรหัสบาร์โค้ดได้ โดยใช้สแกนเนอร์หรือเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการอ่านด้วยสายตา บางครั้งเราจะเห็นเครื่องเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางที่เราก็อาจจะคาดไม่ถึง ว่าจะนำไปใช้ได้

8. GIS (Geographic Information System) / Route Planning
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ Geographic Information System : GIS คือกระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วย ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้กำหนดข้อมูลและสารสนเทศ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่

9. Container Loading Optimization
ระบบโหลดสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะช่วยให้การจัดของเข้าตู้มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบสามารถบอกได้ว่าการจัดเรียงสินค้าแบบไหนจะวางของจำนวนมากและมีประสิทธิภาพสูง

 เมื่อทราบแล้วว่า Technology หรือ Software ที่เกี่ยวข้องกับสายงานด้านโลจิสติกส์มีอะไร ก็ควรจะเลือกมาประยุกต์ใช้กับงานแต่ละงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด  Technology แต่ละอย่างก็มีประโยชน์หรือจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละที่ แต่ควรนึกไว้เสนอว่า ซอฟแวร์ก็เป็นเพียงแค่ Tool หรือเครื่องมือตัวหนึ่งที่ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกและรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดได้  หากเรามีระบบการทำงงานที่ดี  การจัดระเบียบในองค์กรจัดเจน  บางครั้งการนำซอฟแวร์มาใช้ก็ไม่จำเป็นเสมอไป

 

Comments (0)

Barcode แบบลึกๆ

Posted on 10 March 2010 by chadanan

 

 

 

 

 

 

บาร์โค้ด (Barcode) หรือ รหัสแท่ง หมายถึง สัญลักษณ์ (Symbol) ที่อยู่ในรูปของแท่ง โดยจะใช้เครื่องอ่าน ที่เรียนว่า Scanner (เครื่องยิงบาร์โค้ด) เป็นตัวอ่านข้อมูล ที่อยู่ในรูปของ รหัสแท่ง เป็นข้อมูล ที่เป็นตัวเลข หรือ ตัวอักษร ที่มนุษย์สามารถเข้าใจ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน หรืออีกความหมายนึง บาร์โค้ด (barcode) คือ เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ได้ผลดี ในการตรวจสอบสินค้าขณะขาย, การตรวจสอบยอดการขาย และสินค้าคงคลัง เราสามารถที่จะอ่านรหัสบาร์โค้ดได้ โดยใช้สแกนเนอร์หรือเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการอ่านด้วยสายตา บางครั้งเราจะเห็นเครื่องเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางที่เราก็อาจจะคาดไม่ถึง ว่าจะนำไปใช้ได้

ประเภทของบาร์โค้ด (Barcode)

1. โค้ดภายใน (Internal Code) เป็นบาร์โค้ดที่ทำขึ้นใช้เองในองค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถนำออกไปใช้ภายนอกได้
2. โค้ดมาตรฐานสากล (Standard Code) ที่เป็นที่รู้จัก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก มี 2 ระบบ คือ

2.1 ระบบ EAN (European Article Numbering) เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีประเทศต่าง ๆ ใช้มากกว่า 90 ประเทศทั่วโลกในภาคพื้นยุโรป เอเชียและแปซิฟิก,ออสเตรเลีย,ลาติน อเมริกา รวมทั้งประเทศไทย
2.2 ระบบ UPC (Universal Product Code) เริ่มช้เมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยมีการใช้แพร่หลาย

ตัวอย่างระบบ EAN /UPC

ประโยชน์ของการติดบาร์โค้ดมาตรฐานสากลกับตัวสินค้า

การนำบาร์โค้ดมาตรฐานสากลมาใช้ในธุรกิจการค้า จะมีคุณประโยชน์หลายประการ คือ

1. ลดขั้นตอน และประหยัดเวลาการทำงาน การซื้อขายสินค้า จะมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการรับชำระเงิน การออกใบเสร็จ การตัดสินค้าคงคลัง

2. ง่ายต่อระบบสินค้าคงคลัง คอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมกับเครื่องสแกนเนอร์ จะตัดยอดสินค้าโดยอัตโนมัติ จึงสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการหมุนเวียนสินค้า สินค้ารายการใดจำหน่ายได้ดีหรือไม่ มีสินค้าเหลือเท่าใด

3. ยกระดับมาตรฐานสินค้า การระบุบาร์โค้ดแสดงข้อมูลสินค้าของผู้ผลิตแต่ละราย ทำให้ผู้ผลิต คำนึงถึงการปรับปรุงคุณภาพ สินค้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสินค้า และสอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่องการแสดงข้อมูลสินค้า

4. สร้างศักยภาพเชิงแข่งขันในตลาดต่างประเทศ บาร์โค้ดมาตรฐานสากลเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสินค้าที่เชื่อถือได้ การมีเลขหมายประจำตัวสินค้า ทำให้ผู้สนใจสามารถทราบถึงแหล่งผู้ผลิต และติดต่อซื้อขายกันได้สะดวกโดยตรง รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการส่งออก

ที่มา:  http://www.logisticafe.com/

Comments (0)

R3E ถนนคุนมั่ง-กงลู่ ใครWIN

Posted on 02 March 2010 by chadanan

อยู่ที่ไหน
: เส้นทาง  R3E หรือ ถนนคุนมั่น-กงลู่(คุน-หมิง-กรุงเทพ)เชื่อม 3 ประเทศ จีน ลาวและไทย ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงห้วยทราย-เชียงของ (น่าจะเสร็จปี 2554)    

R3E ถนนคุน-หมิง-กรุงเทพ)

  


R3Eดีอย่างไร :
1.ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การลงทุน
2. ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งของ 3 ประเทศ
3. เป็นเส้นทาง New Trade Lane เพิ่มเติมจากการขนส่งผ่านแม่น้ำโขง จากท่าเรืองเชียงแสนไปท่าเรีอกวนเหล่ยและท่าเรือจิ่งหงของจีน 
 

   

 ****ตอนนี้คนยังไปลงทุนไม่มาก ส่วนใหญ่ไปลงทุนที่ สปป.ลาว  เชียงรุ่ง หรือจิ่งหง เขตปกครองพิเศษสิบสองปันนา มณฑลยูนาน สถิติการส่งออกและนำเข้าช่วงมกราคม-มิถุนายน 2550 ระบุว่า การส่งออกประมาณ 1.6 พันล้านบาท และนำเข้าประมาณ 2.7 ร้อยล้านบาท   

  

สินค้าส่งออกก็จะมี ยางแผ่นรมควัน  ยางแท่ง  ยางพารา  น้ำมันและไขมันจากพืช  ส่วนสินค้านำเข้าก็จะเป็นผัก ผลไม้ ไม้ ไม้สักแปรรูป เยื้อกระดาษและไม้ต่างๆ     

คนไทยสร้างนิคมอุตสาหกรรมจิ่งหง
เชียงรุ่งหรือจิ่งจง จะมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นประตูด่านแรกเข้าสู่จีน ตอนนี้เป็นเขตพัฒนาโลจิสติกส์ เมืองอุตสาหกรรมและเขตท่องเที่ยว และเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับการลงทุน มีพรมแดนติดกับพม่าและลาว มีทรัพยากรที่สมบูรณ์   
  

โรงงานเบียร์

โรงงานเบียร์ King Beer ในนิคมเชียงรุ่ง

  

ถนนในนิคมเชียงรุ่ง

  

กองไม้สักจากพม่ามูลค่าหลายพันล้านบาท

  

 อุตสาหกรรมที่สำคัญ
1.      อุตสาหกรรมสิ่งทอ
2.      อุตสาหกรรมเสื้อผ้า
3.      แปรรูปอาหาร
4.      สินค้าแปรรูป
5.      ท่องเที่ยว
6.      โลจิสติกส์สมัยใหม่   
  

หากใครมองเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นพร้อมเส้นทาง R3E ก็สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน ตรงนี้ถือเป็นโอกาสของทองที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าของทั้งไทยและจีน   

Comments (0)

Advertise Here

Photos from our Flickr stream

See all photos

Advertise Here